การป้องกัน HEAT STROKE ในสัตว์เลี้ยง

ฤดูร้อนเมืองไทยยังไม่หมด ป้องกันดีกว่าแก้แน่นอน Heat stroke หลายคนรู้จักกันดีว่าอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงแค่ไหน วันนี้เรามารู้วิธีป้องกันกันดีกว่า🔥 📌หลีกเลี่ยงอาการร้อน ไม่มีวิธีไหนจะดีที่สุดเท่ากับการไม่อยู่ในพื้นที่อากาศร้อน ช่วงนี้เปิดแอร์ให้สัตว์เลี้ยงดีที่สุด ถ้าไม่มีแอร์ ให้หาที่อากาศถ่ายเทไม่อบอ้าว เปิดพัดลมระบายอากาศ หรืออาจจะใช้ cool pad เจลเย็น หรือแม้แต่น้ำแข็งสามารถช่วยบรรเทาความร้อนให้สัตว์เลี้ยง 📌 มีน้ำดื่มให้กินตลอดช่วงฤดูร้อนสัตว์เลี้ยงจะมีภาวะขาดน้ำ การมีน้ำให้พอเพียงจะป้องกันภาวะขาดน้ำในสัตว์เลี้ยงได้ อาจจะใส่น้ำแข็งหรือน้ำเย็นเพื่อให้สัตว์เลี้ยงกินน้ำได้มากขึ้น 📌 งดกิจกรรมกลางแจ้งของสัตว์เลี้ยงทุกชนิดในช่วงฤดูร้อน ควรงดกิจกรรมจูงเดินเล่นออกกำลังกายหรือปล่อยสัตว์เลี้ยงเล่นนอกบ้านในช่วงอากาศร้อนโดยเด็ดขาด 📌ดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษเช่นสุนัขพันธุ์หน้าสั้นสุนัขสายพันธุ์เขตหนาว สุนัขขนยาวหรือสัตว์เลี้ยงพิเศษ เช่น กระต่าย หนูตะเภา ชินชิล่า รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะทางเดินหายใจผิดปกติให้เป็นพิเศษ 🔥ภาวะที่ heat stroke ในสัตว์เลี้ยงถ้าเกิดขึ้นแล้วการแก้ไขทำได้ยากมากเพราะฉะนั้นควรป้องกันตั้งแต่แรกจะดีที่สุด🔥 Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital ✌🏻

เมื่อกระต่ายฟันหน้ายาวจะทำอย่างไร…..

เมื่อฟันหน้าของกระต่ายมีอาการยาวผิดปกติ จำเป็นจะต้องนำมาให้คุณหมอทำการตัดฟันให้ เพื่อจะทำให้กระต่ายกลับมากินน้ำอาหารได้อย่างปกติ *******ควรตัดฟันโดยสัตว์แพทย์เท่านั้น ควรตัดฟันด้วยเครื่องเจียรฟันเท่า ไม่ควรตัดฟันด้วย กรรไกรตัดเล็บ คีมต่างๆ โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ฟันและรากฟันแตกหักได้เป็นสาเหตุของฝีรากฟันได้********

กระต่ายจำเป็นต้องตรวจเลือดหรือไม่?

ในกระต่าย การตรวจเลือดมีความจำเป็นหรือไม่? การตรวจเลือดเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวินิจฉัยเนื่องจากสามารถบ่งชี้ข้อมูลการทำงานของอวัยวะที่สำคัญในร่างกายได้หลายระบบในระยะเวลาสั้น 💉 การตรวจเลือดสามารถบ่งบอกได้ว่าร่างกายสัตว์ปกติหรือผิดปกติ ถ้าผิดปกติเกิดจากอวัยวะใดเพื่อนำข้อมูลไปวินิจฉัยในการรักษาและป้องกันต่อไป ค่าเลือดที่ใช้ตรวจพื้นฐานได้แก่ ค่าเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ค่าตับ ค่าไต และค่าเลือดพิเศษที่จำเพาะในแต่ละชนิดสัตว์ // แนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติกันเป็นประจำกันทุกปีนะคะ ด้วยความปรารถนาดี☺️

5 อาการ สังเกต โรค ฟันยาวในกระต่าย

หลายคนคงไม่ทราบ ว่า กระต่ายของ ตัวเองที่เลี้ยงอยู่นั้น มีฟันแบบ พิเศษ คือ  เป็นฟันที่สามารถ งอกยาวได้ตลอดชีวิต ทั้งฟันหน้า ฟันกราม (กระต่ายไม่มีฟันเขี้ยวนะ)  เพราะธรรมชาติ กระต่ายเป็นสัตว์กินฟืชที่มีเส้นใยเหนียว แข็ง เช่น หญ้าแห้ง ต่างๆๆ  บางการให้อาหารที่ไม่เหมาะ จะส่งผลต่อฟันได้ เราจะดูว่า ถ้ากระต่ายมี ปัญหาโรคฟันยาว จะสังเกตได้อย่างไร…… ฟันหน้ายาวหรือไม่สบกัน อย่างเห็นได้ชัด คางเปียก มีน้ำไหลจำนวนมาก มีโรคผิวหนังใต้คาง ตาแฉะมีน้ำตาไหลตลอดเวลา   กินน้ำปริมาณมากหรือน้อยผิดปกติ จากเดิม   5.เบื่ออาหาร พฤติกรรมการกินอาหารเปลี่ยนไป เช่น กินแต่หญ้า หรือ กินอาหารเม็ดอย่างเดียว ถ้าพบว่า กระต่ายมีอาการดังกล่าว แนะนำให้ไปพบสัตว์แพทย์เพื่อทำการตรวจฟัน  เผื่อที่จะได้รักษาอย่างทันท่วงทีนะครับ Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital  

เรื่องน่ารู้ของฟันกระต่าย

เรื่องน่ารู้ของฟันกระต่าย 1. ฟันของกระต่ายควรสบกันพอดี/ฟันบนครอบฟันหน้าเล็กน้อย 2. ฟันของกระต่ายฟันบนจะมีอยู่สองคู่ คู่บนและคู่ล่าง 3. ด้านหน้าที่เราเห็นเรียก ฟันตัดคู่หน้า 4. ด้านหลังที่เราเห็นเรียก peg teeth  5. ส่วนอัตราการงอกยาวของฟันตัดบนและฟันตัดล่าง จากการศึกษาของ Hamidur Rahman และคณะ กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยการงอกยาวของฟันตัดคู่บนงอกยาวเฉลี่ยปีละ 12.7 เซนติเมตร ส่วนฟันตัดคู่ล่างงอกยาวเฉลี่ย 20.3 เซนติเมตรต่อปี 6. ปกติฟันที่งอกยาวจะสึกไปตามธรรมชาติ โดยขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่อง”โภชนการ” 7. ชุดฟันกรามด้านใน มีหน้าที่สำคัญคือการบดเคี้ยวอาหาร 8. ฟันกรามบนจะมี6 คู่ 9. ฟันกรามล่างมี 5 คู่ 10. วิธีการตรวจ ต้องเอาอุปกรณ์เอาไปส่องดูด้านในของช่องปาก เพื่อดูว่ามีฟันที่ผิดปกติหรือไม่ ดังนั้น การกินตามหลักโภชนาการจึงถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับกระต่าย อาหารหลักที่ควรได้รับคือ หญ้าแห้งคุณภาพดีที่มีไฟเบอร์ คุณค่าทางสูงเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เจ้าของควรให้หญ้าแห้ง 70-80% และอาหารเม็ดคุณภาพดี 20% เพื่อเป็นการช่วยเรื่องฟันและให้กระต่ายได้รับสารอาหารที่ดี และนอกจากนี้ปัญหาฟันยาวอาจเกิดจากการโน้มนำทางพันธุกรรมได้เหมือนกัน สำหรับปัญหานี้ถ้าเจ้าของพบหรือสงสัยรีบพาน้องไปตรวจกับคุณหมอเพื่อหาทางป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้นะครับ…

“ทำความรู้จักกับไรกระต่าย”

“ทำความรู้จักกับไรกระต่าย” ไรกระต่ายที่พบได้ทั่วไป มี3 ชนิด 1.Ear mite เกิดจาก Psoroptes cuniculi  พบได้ในหูกระต่าย อาการเด่น : ใบหูหนามาก ช่องหูอักเสบรุนแรง คันและเกาหู บางรายแสดงอาการหัวเอียง 2.Fur mite เกิดจาก Cheyletiella parasitovorax และ Listrophorus gibbus พบได้ที่ผิวหนังของกระต่าย อาการเด่น : ขนร่วงที่หลังคอ มีสะเก็ดรังแคตามเส้นขน กรณีที่กระต่ายขนสีเข้มจะเห็นเป็นจุดสีขาว คันและเกา 3.Burrowing mite เกิดจาก Sarcoptes scabiel และ Notoedres cati  พบไ้ด้ที่ผิวหนังของกระต่าย อาการเด่น : ผิวหนังหนาตัวเป็นสะเก็ด บริเวณโคนเล็บ ใบหู จมูกจะหนาตัวยาวเป็นพินอคคิโอ คันและเกา ผิวหนังอักเสบ *ไรจะเป็นปัญหาแรกที่ทำให้กระต่ายเกิดอาการคันและเกาจนติดเชื้อแบคทีเรียและทำให้กระต่ายเกิดอาการติดเชื้อรุนแรงได้ *การตรวจรักษาทำได้โดย การส่องตรวจด้วยกล้อง Otoscopeในหูกระต่าย การขูดตรวจผิวหนังหรือการทำการแปะตรวจผิวหนัง โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบสาเหตุของการเกิดปัญหาคุณหมอทำการจ่ายยา…