ป้อนลูกนกวิธีไหนดี ?

ป้อนลูกนกวิธีไหนดี วิธีการป้อนอาหารนกลูกป้อน 1. การป้อนโดยใช้ช้อน เป็นอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายที่สุดและเลียนแบบวิธีธรรมชาติ(แม่นกป้อนลูกนก) ลูกนกได้เรียนรู้ถึงวิธีการจิกกินอาหารและรับรู้รสชาดอาหาร หากจังหวะการป้อนไม่ดีอาจทำให้ลูกนกตัวเลอะได้ และ หากลูกนกไม่มีความอยากอาหาร จะไม่สามารถบังคับให้กินได้ แนะนำใช้กับนกขนาดเล็ก 2. การป้อนโดยใช้ไซริงค์ เป็นวิธีที่มีผู้นิยมมาก สามารถกระตุ้นการกินอาหารและช่วยสอนลูกนกให้รู้จักวิธีการจิกกินได้ โดยผู้ป้อนเป็นผู้ควบคุมจังหวะการป้อน แนะนำใช้กับนกขนาดเล็ก-กลาง 3. การป้อนโดยใช้ feeding tube (มีทั้งแบบสายยางและท่อเหล็ก เป็นวิธีป้อนอาหารที่รวดเร็วโดยใช้ไซริ้งต่อกับ feeding tube เพื่อนำอาหารลงไปสู่หลอดอาหารและกระเพาะพักโดยตรง หากสอดท่อ feeding tube เข้าหลอดลม มีความเสี่ยงทำให้เสียชีวิตได้ วิธีการนี้ใช้สำหรับการบังคับป้อนอาหารนก และล้างกระเพาะพักนกได้ แนะนำใช้กับนกทุกขนาด วิธีนี้จะควบคุมปริมาณอาหารและอุณหภูมิได้ดี Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital

มาดูแลสุขภาพฟันกระต่ายกันเถอะ

🙏🏻😌✌🏻 🐰 การดูแลสุขภาพฟันกระต่ายนั้นเริ่มต้นที่การกินเป็นอันดับแรกหลายคนรู้ว่ากระต่ายมีฟันที่งอกยาวตลอดชีวิตทั้งฟันหน้าและฟันกนามซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้บดเคี้ยวอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเช่นหญ้าแห้ง อาหารเม็ด การดูแลสุขภาพฟันกระต่ายนั้นเริ่มต้นที่อาหาร 📌กระต่ายควรกินหญ้าแห้ง 70 % ถึง 80% กระต่ายควรได้รับอาหารที่เหมาะสม คือหญ้าแห้ง หาดอายุต่ำกว่ส 6-8 เดือน ควรกินหญ้า alfafa เนื่องจาก มีโปรตีนและพลังงานสูง และกระต่ายโตควรกินหญ้า timothy หรือ หญ้าอื่นที่มีโปรตีนหรือพลังงานเหมาะสำหรับกระต่ายโต 📌กินอาหารเม็ดที่คุณภาพดีมีไฟเบอร์สูง เนื่องจากกระต่ายมีความจำเป็นต้องเคี้ยวอาหารให้เกิดการสึกของฟันทีาเหมาะสม อาหารเม็ดที่ดีควร มีส่วนช่วยในการขัดฟัน ไฟเบอร์ที่สูงยังป้องกันการเกิดโรคท้องอืดในกระต่าย 📌ให้ขนมและผักเพียงเล็กน้อย กระต่ายควรได้รับขนมและผักเพียงเล็กน้อยและควรเป็นขนมที่มีแป้งและน้ำตาลต่ำหรือไม่มีเลยเพราะการกินขนมมากนอกจากทำให้กระต่ายเกิดอาการท้องอืดยังทำให้เกิดภาวะฟันผุและยังเป็นสาเหตุให้เกิดฝีรากฟันในกระต่ายได้ 📌มันสังเกตอาการกกระต่ายเป็นประจำ กระต่ายที่มีปัญหาโรคฟันจะมีอาการ น้ำลายไหล น้ำตาใหล เบื่ออาหารใบหน้าบวม 📌พากระต่ายพบคุณหมอ ทุก3-6 เดือนเพื่อให้คุณหมอช่วยส่องตรวจฟันกรามด้านใน เช็คสุขภาพเป็นประจำ✌🏻เพียงเท่านี้ ก็เป็นการดูแลสุขภาพฟันกระต่ายได้อีกทางหนึ่ง และอย่างที่บอกครับการป้องกันดีกว่าแก้เสมอ✌🏻 Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital

” 5 จุดสังเกต นกป่วย “

ฝนตก แดดออก ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีผลให้เกิดอาการป่วยระบบโรคทางเดินหายใจได้ง่าย หมอแนะนำให้เจ้าของ ฝึกสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้นดูครับ ” 5 จุดสังเกต นกป่วย ” 1.พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ซึมไม่กินอาหาร ไม่ร้อง ไม่พูด เหมือนเดิม หรือบางราย มีอาการง่วง นอนหลับบ่อย 2.ขนพอง ตัวสั่น ไม่ยืนคอน บางรายตกลงมาอยู่ด้านล่างของกรง 3.อุจจาระผิดปกติ ถ่ายเหลว มีสีผิดปกติ เนื้ออุจจาระน้อยแต่มียูเรตมาก 4.มีขี้มูก ขี้ตา แสดงอาการทางเดินหายใจ เช่น หายใจถี่ มีเสียงดัง หอบ หรือหายใจกระดกหาง 5.ไม่ย่อย หรือขย้อนอาหาร น่ำหนักตัวลดลง หน้าอกแหลม เห็นชัดว่าผอมลง

เมื่อกระต่ายฟันหน้ายาวจะทำอย่างไร…..

เมื่อฟันหน้าของกระต่ายมีอาการยาวผิดปกติ จำเป็นจะต้องนำมาให้คุณหมอทำการตัดฟันให้ เพื่อจะทำให้กระต่ายกลับมากินน้ำอาหารได้อย่างปกติ *******ควรตัดฟันโดยสัตว์แพทย์เท่านั้น ควรตัดฟันด้วยเครื่องเจียรฟันเท่า ไม่ควรตัดฟันด้วย กรรไกรตัดเล็บ คีมต่างๆ โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ฟันและรากฟันแตกหักได้เป็นสาเหตุของฝีรากฟันได้********

กระต่ายจำเป็นต้องตรวจเลือดหรือไม่?

ในกระต่าย การตรวจเลือดมีความจำเป็นหรือไม่? การตรวจเลือดเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวินิจฉัยเนื่องจากสามารถบ่งชี้ข้อมูลการทำงานของอวัยวะที่สำคัญในร่างกายได้หลายระบบในระยะเวลาสั้น 💉 การตรวจเลือดสามารถบ่งบอกได้ว่าร่างกายสัตว์ปกติหรือผิดปกติ ถ้าผิดปกติเกิดจากอวัยวะใดเพื่อนำข้อมูลไปวินิจฉัยในการรักษาและป้องกันต่อไป ค่าเลือดที่ใช้ตรวจพื้นฐานได้แก่ ค่าเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ค่าตับ ค่าไต และค่าเลือดพิเศษที่จำเพาะในแต่ละชนิดสัตว์ // แนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติกันเป็นประจำกันทุกปีนะคะ ด้วยความปรารถนาดี☺️

หน้าหนาวมาแล้ว…ดูแลนกอย่างไรดี

❄️❄️❄️❄️หน้าหนาวมาแล้ว…………………….❄️❄️❄️❄️ วิธีการดูแลนกช่วงฤดูหนาว ❄️ 1.เอานกเข้ามาเลี้ยงภายในบ้าน เพราะการเลี้ยงนกนอกบ้านเราคุมเรื่องอากาศให้เค้าไม่ได้ ถ้าอากาศหนาว แล้วลมแรง นกอาจทนไม่ไหว กรณีที่ไม่สามารถย้ายนกเข้ามาได้แนะนำให้หาผ้าใบบังลมให้นก 2.ควบคุมอุณหภูมิห้อง และความชื้น – ถ้าอากาศหนาวมาก แนะนำให้ใช้ไฟกก จ่อไปที่มุมใดมุมหนึ่งของกรง – ถ้าเป็นห้องเฉพาะแนะนำซื้อฮีทเตอร์มาเปิด เพื่อจะได้ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ – อย่าลืมเรื่องความชื้นสัมพัทธ์ เพราะการที่อากาศแห้งมากๆ ระบบทางเดินหายใจของนกก็จะแห้งไปด้วยเช่นกัน แนะนำเพิ่มการวางน้ำในห้อง 3.เพิ่มความถี่ในเปลี่ยนน้ำให้นก น้ำที่วางทิ้งไว้ให้นก จะมีความเย็นตามสภาพอากาศ ซึ่งนกควรได้รับน้ำที่อุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่น บางครั้งนกจะเล่นน้ำและเพิ่มการกินน้ำของนกได้ 4.อาหารที่ดี มีประโยชน์ พลังงานสูง มีความสำคัญกับนกมาก เพื่อเพิ่มพลังที่เอามาใช้ให้ตัวนกอุ่น 5.ถ้านำนกเข้ามาไว้ในบ้าน อย่าลืมปิดกรงให้ดี เพราะมีโอกาศเกิดอุบัติเหตุจากหลอดไฟร้อน หรือ หม้อที่เราต้มน้ำให้ได้ ที่สำคัญอย่าลืมว่าการที่นำนกเข้ามานอนด้วย มีโอกาศที่นกจะเข้ามาซุกตัวในผ้าห่มหรือชิดตัวเราเพื่อหาความอบอุ่นมีความเสี่ยงในการนอนทับนกตายได้ 6.ถือเป็นการณ์ดี ช่วงนี้เราจะได้เช็คสุขภาพนกอย่างใกล้ชิด ถ้ามีอาการผิดปกติแนะนำพาไปตรวจสุขภาพและพาไปพบสัตวแพทย์ ด้วยความปรารถนาดี Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital

เรื่องน่ารู้ของฟันกระต่าย

เรื่องน่ารู้ของฟันกระต่าย 1. ฟันของกระต่ายควรสบกันพอดี/ฟันบนครอบฟันหน้าเล็กน้อย 2. ฟันของกระต่ายฟันบนจะมีอยู่สองคู่ คู่บนและคู่ล่าง 3. ด้านหน้าที่เราเห็นเรียก ฟันตัดคู่หน้า 4. ด้านหลังที่เราเห็นเรียก peg teeth  5. ส่วนอัตราการงอกยาวของฟันตัดบนและฟันตัดล่าง จากการศึกษาของ Hamidur Rahman และคณะ กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยการงอกยาวของฟันตัดคู่บนงอกยาวเฉลี่ยปีละ 12.7 เซนติเมตร ส่วนฟันตัดคู่ล่างงอกยาวเฉลี่ย 20.3 เซนติเมตรต่อปี 6. ปกติฟันที่งอกยาวจะสึกไปตามธรรมชาติ โดยขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่อง”โภชนการ” 7. ชุดฟันกรามด้านใน มีหน้าที่สำคัญคือการบดเคี้ยวอาหาร 8. ฟันกรามบนจะมี6 คู่ 9. ฟันกรามล่างมี 5 คู่ 10. วิธีการตรวจ ต้องเอาอุปกรณ์เอาไปส่องดูด้านในของช่องปาก เพื่อดูว่ามีฟันที่ผิดปกติหรือไม่ ดังนั้น การกินตามหลักโภชนาการจึงถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับกระต่าย อาหารหลักที่ควรได้รับคือ หญ้าแห้งคุณภาพดีที่มีไฟเบอร์ คุณค่าทางสูงเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เจ้าของควรให้หญ้าแห้ง 70-80% และอาหารเม็ดคุณภาพดี 20% เพื่อเป็นการช่วยเรื่องฟันและให้กระต่ายได้รับสารอาหารที่ดี และนอกจากนี้ปัญหาฟันยาวอาจเกิดจากการโน้มนำทางพันธุกรรมได้เหมือนกัน สำหรับปัญหานี้ถ้าเจ้าของพบหรือสงสัยรีบพาน้องไปตรวจกับคุณหมอเพื่อหาทางป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้นะครับ…

“ทำความรู้จักกับไรกระต่าย”

“ทำความรู้จักกับไรกระต่าย” ไรกระต่ายที่พบได้ทั่วไป มี3 ชนิด 1.Ear mite เกิดจาก Psoroptes cuniculi  พบได้ในหูกระต่าย อาการเด่น : ใบหูหนามาก ช่องหูอักเสบรุนแรง คันและเกาหู บางรายแสดงอาการหัวเอียง 2.Fur mite เกิดจาก Cheyletiella parasitovorax และ Listrophorus gibbus พบได้ที่ผิวหนังของกระต่าย อาการเด่น : ขนร่วงที่หลังคอ มีสะเก็ดรังแคตามเส้นขน กรณีที่กระต่ายขนสีเข้มจะเห็นเป็นจุดสีขาว คันและเกา 3.Burrowing mite เกิดจาก Sarcoptes scabiel และ Notoedres cati  พบไ้ด้ที่ผิวหนังของกระต่าย อาการเด่น : ผิวหนังหนาตัวเป็นสะเก็ด บริเวณโคนเล็บ ใบหู จมูกจะหนาตัวยาวเป็นพินอคคิโอ คันและเกา ผิวหนังอักเสบ *ไรจะเป็นปัญหาแรกที่ทำให้กระต่ายเกิดอาการคันและเกาจนติดเชื้อแบคทีเรียและทำให้กระต่ายเกิดอาการติดเชื้อรุนแรงได้ *การตรวจรักษาทำได้โดย การส่องตรวจด้วยกล้อง Otoscopeในหูกระต่าย การขูดตรวจผิวหนังหรือการทำการแปะตรวจผิวหนัง โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบสาเหตุของการเกิดปัญหาคุณหมอทำการจ่ายยา…