มาดูแลสุขภาพฟันกระต่ายกันเถอะ

บทความน่ารู้ (กระต่าย)
64502346_1580384472094404_6960563393061191680_n🙏🏻😌✌🏻
🐰 การดูแลสุขภาพฟันกระต่ายนั้นเริ่มต้นที่การกินเป็นอันดับแรกหลายคนรู้ว่ากระต่ายมีฟันที่งอกยาวตลอดชีวิตทั้งฟันหน้าและฟันกนามซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้บดเคี้ยวอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเช่นหญ้าแห้ง อาหารเม็ด
การดูแลสุขภาพฟันกระต่ายนั้นเริ่มต้นที่อาหาร
📌กระต่ายควรกินหญ้าแห้ง 70 % ถึง 80%
กระต่ายควรได้รับอาหารที่เหมาะสม คือหญ้าแห้ง หาดอายุต่ำกว่ส 6-8 เดือน ควรกินหญ้า alfafa เนื่องจาก มีโปรตีนและพลังงานสูง และกระต่ายโตควรกินหญ้า timothy หรือ หญ้าอื่นที่มีโปรตีนหรือพลังงานเหมาะสำหรับกระต่ายโต
📌กินอาหารเม็ดที่คุณภาพดีมีไฟเบอร์สูง
เนื่องจากกระต่ายมีความจำเป็นต้องเคี้ยวอาหารให้เกิดการสึกของฟันทีาเหมาะสม อาหารเม็ดที่ดีควร มีส่วนช่วยในการขัดฟัน ไฟเบอร์ที่สูงยังป้องกันการเกิดโรคท้องอืดในกระต่าย
📌ให้ขนมและผักเพียงเล็กน้อย
กระต่ายควรได้รับขนมและผักเพียงเล็กน้อยและควรเป็นขนมที่มีแป้งและน้ำตาลต่ำหรือไม่มีเลยเพราะการกินขนมมากนอกจากทำให้กระต่ายเกิดอาการท้องอืดยังทำให้เกิดภาวะฟันผุและยังเป็นสาเหตุให้เกิดฝีรากฟันในกระต่ายได้
📌มันสังเกตอาการกกระต่ายเป็นประจำ
กระต่ายที่มีปัญหาโรคฟันจะมีอาการ น้ำลายไหล น้ำตาใหล เบื่ออาหารใบหน้าบวม
📌พากระต่ายพบคุณหมอ ทุก3-6 เดือนเพื่อให้คุณหมอช่วยส่องตรวจฟันกรามด้านใน เช็คสุขภาพเป็นประจำ
✌🏻เพียงเท่านี้ ก็เป็นการดูแลสุขภาพฟันกระต่ายได้อีกทางหนึ่ง
และอย่างที่บอกครับการป้องกันดีกว่าแก้เสมอ✌🏻
Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital

กระต่ายจำเป็นต้องตรวจเลือดหรือไม่?

บทความน่ารู้ (กระต่าย)

ในกระต่าย การตรวจเลือดมีความจำเป็นหรือไม่?
การตรวจเลือดเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวินิจฉัยเนื่องจากสามารถบ่งชี้ข้อมูลการทำงานของอวัยวะที่สำคัญในร่างกายได้หลายระบบในระยะเวลาสั้น 💉
การตรวจเลือดสามารถบ่งบอกได้ว่าร่างกายสัตว์ปกติหรือผิดปกติ ถ้าผิดปกติเกิดจากอวัยวะใดเพื่อนำข้อมูลไปวินิจฉัยในการรักษาและป้องกันต่อไป ค่าเลือดที่ใช้ตรวจพื้นฐานได้แก่

  • ค่าเม็ดเลือดแดง
  • เม็ดเลือดขาว
  • เกล็ดเลือด
  • ค่าตับ ค่าไต

11193303_652695918196602_4609199036390821205_n

และค่าเลือดพิเศษที่จำเพาะในแต่ละชนิดสัตว์ // แนะนำให้ตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติกันเป็นประจำกันทุกปีนะคะ ด้วยความปรารถนาดี☺️

“ทำความรู้จักกับไรกระต่าย”

บทความน่ารู้ (กระต่าย)
18581580_1040438172755706_1288521179935054990_n
“ทำความรู้จักกับไรกระต่าย”
ไรกระต่ายที่พบได้ทั่วไป มี3 ชนิด
1.Ear mite เกิดจาก Psoroptes cuniculi 
พบได้ในหูกระต่าย
อาการเด่น : ใบหูหนามาก ช่องหูอักเสบรุนแรง คันและเกาหู บางรายแสดงอาการหัวเอียง
2.Fur mite เกิดจาก Cheyletiella parasitovorax และ Listrophorus gibbus
พบได้ที่ผิวหนังของกระต่าย
อาการเด่น : ขนร่วงที่หลังคอ มีสะเก็ดรังแคตามเส้นขน กรณีที่กระต่ายขนสีเข้มจะเห็นเป็นจุดสีขาว คันและเกา
3.Burrowing mite เกิดจาก Sarcoptes scabiel และ Notoedres cati 
พบไ้ด้ที่ผิวหนังของกระต่าย
อาการเด่น : ผิวหนังหนาตัวเป็นสะเก็ด บริเวณโคนเล็บ ใบหู จมูกจะหนาตัวยาวเป็นพินอคคิโอ คันและเกา ผิวหนังอักเสบ

*ไรจะเป็นปัญหาแรกที่ทำให้กระต่ายเกิดอาการคันและเกาจนติดเชื้อแบคทีเรียและทำให้กระต่ายเกิดอาการติดเชื้อรุนแรงได้

*การตรวจรักษาทำได้โดย การส่องตรวจด้วยกล้อง Otoscopeในหูกระต่าย การขูดตรวจผิวหนังหรือการทำการแปะตรวจผิวหนัง โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบสาเหตุของการเกิดปัญหาคุณหมอทำการจ่ายยา โดยใช้ระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ในการรักษา ยกเว้น กรณีการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราร่วมด้วย อาจใช้เวลาในการรักษานานขึ้น

*การป้องกันทำได้โดยรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย หญ้าที่ให้กระต่ายกินต้องคุณภาพดี และการพากระต่ายมาตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 6 เดือน

Nut Guyson DVM