การเลือกไฟกกให้นกและสัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูฝน

บทความน่ารู้สัตวเลี้ยง

การเลือกไฟกกให้นกและสัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูฝน

ในฤดูหนาวหรือฤดูฝนที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันทำให้นกและสัตว์เลี้ยงป่วยได้

การเพิ่มอุณหภูมิและลดความชื้นในอากาศและสิ่งแวดล้อมซึ่ง มีหลายหลายวิธีการเช่น การใช้ตู้ควบคุมอุณหภูมิหรือการใช้ไฟ โดย วันนี้จะมาแนะการเลือกใช้ไฟกกเพราะ “หาง่ายและราคาไม่ แพง” การเลือกหลอดไฟนั้น มีหลายประเภทสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน นอกจากการเลือกหลอดไฟแล้ว ควรเลือกโคมไฟให้เหมาะสมกับชนิดของหลอดด้วยและเลือกที่มีคุณภาพดี ซึ่งจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง

• หลอดไส้ 40 Watt ขึ้นไป
ข้อดี ราคาถูก หาง่าย ให้ความร้อน ความสว่างมาก
ข้อควรระวัง แตกง่าย อายุการใช้งานสั้น อาจรบกวน ผู้เลี้ยงและตัวสัตว์เอง เพราะมีแสงสว่างขณะให้ความร้อน
• หลอด solar glo 2in1 หรือ หลอดเฉพาะทาง สำหรับสัตว์เลี้ยง
หาซื้อได้ที่ร้านเฉพาะทาง ได้ UVA UVB ให้ความร้อนกระจาย แสงเลียนแบบธรรมชาติ วัสดุคุณภาพดี
ข้อควรระวัง ราคาสูง หาซื้อได้ยากต้องเลือกขนาดให้เหมาะสม ถ้าใช้ขนาด watt สูงเกินอาจทำให้ สัตว์ร้อนเกินเสียชีวิตได้
• หลอดเซรามิก
กระจายความร้อนได้ดี ไม่รบกวนการนอนหลับ วัสดุคุณภาพดี
ข้อควรระวัง ราคาปานกลาง ไม่มีแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งอาจทำให้ไม่รู้ สถานะการทำงานของหลอดไฟ หากสัมผัสอาจบาดเจ็บได้
• หลอดอินฟาเรด สีแดง/น้ำเงิน
หาซื้อได้ที่ร้านเฉพาะทาง กระจายความร้อนได้ดี ให้แสงสว่าง วัสดุคุณภาพดี เหมาะกับกลางคืนที่อากาศเย็น
• หลอด UVA Day light
รังสีอัลตราไวโอเลต ให้ความอบอุ่นแบบกระจาย กระตุ้นพฤติกรรมสัตว์ได้ดี
อาจรบกวน ผู้เลี้ยงและตัวสัตว์เอง เพราะมีแสงสว่างขณะให้ความร้อน เหมาะใช้ช่วงกลางวัน

• หลอด UVA Night light
รังสีอัลตราไวโอเลต ให้ความอบอุ่นแบบกระจาย เหมาะกับสัตว์กลางคืน ต้องการการพักผ่อน/สัตว์ป่วย
-หลอด UVB
รังสีอัลตราไวโอเลต ให้ความร้อนน้อย แสงพอประมาณ แต่ให้รังสีที่สามารถกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญและ ดูดซึมแคลเซียมได้ดี
ทั้งนี้ การเลือกหลอดไฟกกสัตว์เลี้ยงนั้น ให้คำนึงการใช้งานเป็นหลัก ยิ่งในช่วงฤดูฝน อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง การมีไฟกกให้สัตว์เลี้ยงจะช่วยลดการสูญเสียได้
หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถาม ได้ทางคอมเม้นและ อินบ็อกได้เลยครับ

มีความสุขกับการเลี้ยงนะครับ

NUT GUYSON DVM.
PREMIER PET HOSPITAL 

วิธีสังเกตนกหน้าฝน

บทความน่ารู้(นกแก้ว)

วิธีสังเกตนกหน้าฝน

ฝนตก แดดออก ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ อากาศเปลี่ยนแปลง ความชื้นสูง นกหลายบ้านปรับตัวไม่ทัน มีผลให้เกิดอาการป่วยระบบโรคทางเดินหายใจได้ง่าย
หมอขอแนะนำให้เจ้าของ ฝึกสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้นดูครับ จุดสังเกต นกป่วย ในช่วงฤดูฝนนี้ อย่างคร่าวๆ มีดังนี้
1.พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
ซึมไม่กินอาหาร ไม่ร้อง ไม่พูด เหมือนเดิม นกบางบ้านพูดเก่ง หาก หยุดพูด โอกาสป่วยมีสูงมากๆ หรือบางราย มีอาการง่วง นอนหลับบ่อย
2.ขนพอง ตัวสั่น
เป็นลักษณะที่สังเกตได้ง่าย หากเป็น นกที่มีอาการ ขนพอง ให้สันนิษฐานว่านกป่วยไว้ก่อน
นกไม่ยืนคอน บางรายตกลงมาอยู่ด้านล่างของกรงแบบนี้ควรพบสัตวแพทย์ทันที ครับ
3.อุจจาระผิดปกติ
ถ่ายเหลว มีสีผิดปกติ เนื้ออุจจาระน้อยแต่มียูเรตมาก มีอุจจาระสีเขียว แสดงว่านกเริ่มป่วยหรือไม่กินอาหารมาสักพักแล้ว
4.มีขี้มูก ขี้ตา
แสดงอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจถี่ มีเสียงดัง หอบ หรือหายใจกระดกหาง มีน้ำมูก น้ำตาไหล หรือช่องจมูก อุดตัน หรือ ไม่บิน หรือ เหนื่อยง่าย
5.อาหารไม่ย่อย หรือ มีการขย้อนอาหาร
น้ำหนักตัวลดลง หน้าอกแหลม เห็นชัดว่าผอมลง ช่วงนี้แนะนำเจ้าสังเกตกล้ามเนื้ออกของนกว่าลดลงหรือไม่ หากเป็นนกลูกป้อนให้สังเกตการย่อยของอาหารให้ดี
ลักษณะและพฤติกรรมเหล่านี้ ฝากเจ้าของนกและผู้เลี้ยงฝึกสังเกตและเอาใจใส่เป็นพิเศษ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้มาก

หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถถามได้ ทางคอมเม้น และ อินบ็อคได้เลยครับ

ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงนกนะครับ

Nut Guyson

Premier Pet Hospital 

รู้ก่อนเลี้ยง หนูแฮมสเตอร์สายพันธุ์ซีเรียน

บทความน่ารู้สัตวเลี้ยง

📌หนูแฮมสเตอร์สายพันธุ์ซีเรียน หรือโกลเด้น เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีการเลี้ยงมาก เนื่องจากโดยธรรมชาติมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ขนยาว มีสีขนหลากหลาย เหมาะกับผู้เลี้ยงมือใหม่ เชื่องมือง่าย ใจดี ไม่ดุ ตัวเต็มมือ อุ้มเล่นง่าย และค่อนข้างนิ่งหากคุ้นกับเจ้าของ คนไทยเรียกว่า “พันธุ์ไจแอ้นท์”

📌มีต้นกำเนิดมาจากทางตอนเหนือของซีเรียและตอนใต้ของตุรกี ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติจะมีอากาศอบอุ่นและแห้ง โดยจะอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดิน

📌แฮมสเตอร์พันธุ์นี้จะมีลักษณะเด่นพิเศษคือ มีขนาดใหญ่กว่าแฮมสเตอร์แคระทั่วไปถึง 5 เท่า ความยาวตัวเฉลี่ย 18-23 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 120-125 กรัมมีอายุขัยเฉลี่ย 2.5-3 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสุขภาพและการเลี้ยงดูของเจ้าของด้วย หากมีการให้อาหารที่เหมาะสม และตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ ก็จะยิ่งมีอายุยาวนานขึ้น

📌แฮมสเตอร์สายพันธุ์นี้ รักสันโดษมาก ไม่ชอบสังคม แม้หลังจากการผสมพันธุ์ตัวเมียก็อาจโจมตีตัวผู้ หรือพี่น้องที่เลี้ยงมาด้วยกันเมื่อโตเต็มที่แล้วก็สามารถโจมตีซึ่งกันและกันได้ ดังนั้น ควรเลี้ยงตัวเดียวในกรง ไม่เช่นนั้นจะกัดกันจนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ถึงแม้แฮมสเตอร์จะตัวเล็ก แต่ก็ต้องการพื้นที่มาก เมื่ออยู่ในพื้นที่แคบ ๆ เค้าจะเครียด อาจแสดงอาการก้าวร้าวได้

📌คำแนะนำเรื่องกรง/พื้นที่เลี้ยงของแฮมเตอร์ Hamster Society Singapore (HHS) บอกว่า แนะนำให้มีพื้นที่อย่างน้อย 4,000 ตร.ซม. และTierärztliche Vereinigung für Tierschutz (TVT) บอกว่า แนะนำให้มีพื้นที่มากที่สุด และอย่างน้อย ยาว 100 ซม. x กว้าง 50 ซม. x สูง 50 ซม. ประมาณ 5,000 ตร.ซม.

📌นอกจากนี้ ในธรรมชาติแฮมสเตอร์จะวิ่งเป็นระยะทางไกลเพื่อหาอาหารในช่วงเย็นจนถึงกลางคืน แนะนำว่าจักรวิ่งควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 30 ซม. เนื่องจากหากเล็กกว่านี้อาจทำให้กระดูกสันหลังโค้งผิดรูปอย่างถาวรได้ โดยเฉพาะในแฮมสเตอร์เด็ก

📌อย่าลืมพาหนูแฮมเตอร์มาตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าหนูของเรา นะคะ

สพ.ญ. นิพพาณี ศิลาเขต หมออีฟ ✌🏻Premier Pet Hospital 👍🏻