”เมื่อไหร่ถึงจะพาสัตว์มาหาหมอ”

เมื่อไหร่ถึงจะพาสัตว์มาหาหมอ” คำตอบ… -กรณีเพิ่งรับสัตว์เข้าบ้านพามาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพกันก่อนเข้าบ้านดีที่สุด -กรณีสัตว์ปกติ ควรพามาตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก3-6เดือน -กรณีสัตว์ป่วยเล็กน้อย ซึม น้ำมูกไหล ขี้ตาเยอะผิดปกติ กินน้อย ไม่ค่อยเล่น อึแปลก พามาเถอะครับ อย่างน้อยก็ได้คุยกัน^^ -กรณีป่วยแย่เลย รีบๆๆๆพามาโดยด่วน และอย่าลืมเล่าทุกเหตุการณ์ทุกสิ่งอย่างให้หมอฟังทั้งหมดนะครับ ห้ามปกปิด บอกได้เลยทำอะไรมา บ้านเป็นยังไง มีตังมาน้อย เงินไม่พอ แจ้งกับสัตวแพทย์ได้ จรรยาบรรณสัตวแพทย์หมอทุกคนมี แต่ขอร้อง…อย่าทิ้งสัตว์นะครับ -กรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุ พาเข้า รพส.ที่เปิด 24ชม. ได้เลยครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันต่อว่าจะย้ายไปที่ไหนดี (คิดกับเค้าให้เหมือนกับชีวิตคนๆนึง) หรือถ้าพาไปไหนไม่ได้จริงๆ ให้เขาอยู่ในที่อบอุ่น ระบายอากาศได้ดี ไม่ให้ตื่นเต้นตกใจ -แนะนำมีเบอร์สัตวแพทย์คนสนิทไว้ครับ ช่วยได้เยอะแต่ถามหมอเขาก่อนนะครับว่าโอเคไหม -สุดท้ายเอาใจช่วยทุกคนที่เลี้ยงสัตว์ด้วยใจรักนะครับ 😊 ด้วยความปรารถนาดี Nut Guyson DVM. Premier Pet Hospital

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ไมโครชิพ (Microchip) ในนกแก้ว

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ไมโครชิพ (Microchip) – ไมโครชิพเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็ก บรรจุอยู่ในครอบแก้วที่ผ่านการพิสูจน์จนเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของร่างกายสัตว์ – หมายเลขภายในไมโครชิพจะถูกกำหนดไว้แล้วจากโรงงานผู้ผลิต เราจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหมายเลขนั้นๆ ได้ – การอ่านหมายเลขก็ต้องใช้เครื่องอ่านไมโครชิพ (Microchip Reader) เป็นตัวแสดงผล – วิธีการติดตั้งไมโครชิพทำได้โดยใช้เข็มที่บรรจุไมโครชิพอยู่ภายในและถูกทำให้ปลอดเชื้อแล้ว ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลังของสัตว์เลี้ยง – ไมโครชิพสามารถอยู่ในร่างกายสัตว์ได้นาน การฉีดไมโครชิพครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตสัตว์ โดยไม่ทำปฏิกิริยากับร่างกายแต่อย่างใด – ไมโครชิพในสัตว์ทุกประเภทตั้งแต่ขนาดเล็ก จนกระทั่งสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ในการฝังไมโครชิพไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวสัตว์ และไม่มีข้อห้ามหลังจากการฝัง – การฝังไมโครชิพ เป็นวิธีการที่อันตรายน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการทำเครื่องหมายอื่นๆ – การฝังไมโครชิพใช้เวลาน้อยมาก ไม่ถึง 1 นาที – การฝังไมโครชิพ ในแต่ละสัตว์มีตำแหน่งที่แตกต่างกัน – เจ้าของสามารถรับบริการนี้ได้จากโรงพยาบาลสัตว์ที่เจ้าของไว้วางใจ หรือสอบถามกับทางโรงพยาบาลสัตว์เลี้ยงพรีเมียร์ – ประโยชน์ ของการฝังไมโครชิพ เพื่อยืนยันตัวสัตว์เลี้ยง ใน >กรณีขอขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง >กรณีเดินทางไปต่างประเทศ >กรณีพัฒนาสายพันธุ์ >กรณีการซื้อขายไม่ผิดตัว >กรณีสัตว์เลี้ยงหลุดหาย Nut Guyson DVM. Premier…

“Metabolic Bone Disease in Sugar Gliders”

“Metabolic Bone Disease in Sugar Gliders” -สามารถพบได้บ่อยและเป็นปัญหาหลัก ชูก้าไกลเดอร์ เพราะเป็นสัตว์ที่ต้องการแคลเซียมจากอาหาร และต้องการวิตามินดี3 ที่ได้จากแสงแดด เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก -โรคนี้พบเมื่อปริมาณของแคลเซียมและวิตามินดี3 ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น -เมื่อร่างกายต้องการใช้มากกว่าปกติ (ตอนตั้งท้อง ตอนเลี้ยงลูก) -เมื่อร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้ปกติ เช่น สัตว์ไม่เคยได้รับแสงแดด สัตว์ป่วย สัตว์อ้วน สัตว์ขาดสารอาหาร -เมื่อเกิดความไม่สมดุลกัน ร่างกายจึงพยายามดึงแคลเซียมจากส่วนต่างๆมาใช้ -ปัญหาที่ตามมาได้แก่ โรคหัวใจ อาการชัก ปัญหาของปอด และสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ กระดูกบางและหักได้ -การวินิจฉัย 1.การซักประวัติอาหารและวิธีการเลี้ยงดู 2.การ X-ray เป็นการเช็ค ความหนา-บางของกระดูก -การป้องกัน 1.ปรับอาหารให้มีโภชนาการที่ครบถ้วน อาหารที่ดีต้องมีพลังงาน โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินและแร่ธาตุ ที่สมดุล 2.การพาไปอาบแดดเช้า เพื่อรับวิตามิน D3 เพื่อใช้ในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้ กรณีที่ไม่สามารถพาไปอาบแดดได้ แนะนำให้ใช้หลอดไฟ UVA UVB ด้วยความปรารถนาดี…

“Rabbit in towel

“Rabbit in towel,Rabbit burrito” กระต่ายในผ้าขนหนู เทคนิคง่ายๆที่คนเลี้ยงกระต่ายทุกคนต้องรู้ การห่อผ้าคือวิธีการบังคับกระต่าย ให้กระต่ายอยู่ในท่าที่สะดวกต่อการทำงานและตัวกระต่ายเองมีความปลอดภัยมากที่สุด ใช้สำหรับ -การตรวจสุขภาพ -การป้อนยา การป้อนอาหาร -การตรวจช่องปาก ฯลฯ ด้วยความปรารถนาดี Nut Guyson DVM.  Premier Pet Hospital  

ไรในหูแมว(Ear Mite )

ไรในหู มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Ear Mite ” ซึ่งเกิดจากการติดไรในช่องหูของแมวที่มีชื่อว่า “Otodectes cynotis” ตัวไรในหูของแมวนี้มักจะชอบอยู่ตามซอกหู ในช่องหูของแมวที่อับชื้น ถ้ามองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นจุดสีขาวเคลื่อนที่ได้ ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการแยกชนิดของตัว ถ้าแมวที่เป็นไรหูมากก็ยิ่งทำให้แมวคันมากยิ่งขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะแพร่พันธุ์และยากต่อการรักษา เพราะจะทำให้คัน เกา จนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย และเกิดการอักเสบของหูได้ สาเหตุของการเกิดไรหูแมว ติดตัวไรจากแมวตัวอื่น หรือสิ่งแวดล้อม ด้วยโครงสร้างของหู มีโอกาศอับชื้นได้ จึงเพิ่มโอกาศในการเพิ่มจำนวนตัวไรมากขึ้น อาการเบื้องต้น แมวมีอาการคันที่หู พยายามเกาหู พยายามสบัดหัวไปมาเพราะแมวจะรู้สึกมีอะไรมาเกาะติดที่หู เมื่อเราพลิกเปิดดูหูแมวจากภายนอกจะสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าจะมีขี้หูที่มีลักษะเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำเต็มหูแมวไปหมด เจอตัวขาวๆยุบยิบ บางครั้งถ้ามีการอักเสบเกิดขึ้น สามารถพบคราบสกปรกและการอักเสบเป็นแผลได้ วิธีการรักษา การกำจัดไรในหู ต้องหมั่นทำความสะอาดช่องหูแมวเป็นประจำ หยอดยาเพื่อลดการอักเสบ หยอดยาเพื่อฆ่าตัวไรในหู รวมถึงควรมีการหยดยาเพื่อป้องกันไรเป็นประจำทุกเดือน Nut Guyson DVM.  Premier Pet Hospital